น้ำหอมที่ไหนราคาถูก ระหว่าง มาเลเซีย กับ ไทย

share on:
น้ำหอมที่ไหนราคาถูก ระหว่าง มาเลเซีย กับ ไทย

กลิ่นหอม ๆ จากน้ำหอม สามารถส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกที่สะท้อนความเป็นตัวตนของบุคคลได้อย่างดี

น้ำหอมจึงกลายเป็นสินค้าคู่ใจให้กับใครหลายคน ในหมู่สาว ๆ ก็จะเน้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจในแต่ละวัน บ่งบอกถึงตัวตน และสะท้อนถึงอารมณ์ หากเป็นในหมู่ชายหนุ่มน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ ก็จะช่วยเสริมบุคลิกภาพที่ดีได้

ดังนั้นแล้วการตัดสินใจเลือกซื้อน้ำหอมก็เหมือนเป็นการลงทุนเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเอง ทุกครั้งก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อน้ำหอมดี ๆ สักขวด ควรตั้งงบประมาณที่ชัดเจนเอาไว้ก่อน โดยเฉพาะน้ำหอมคุณภาพดีจากเคาน์เตอร์แบรนด์ที่มีราคาค่อนข้างสูง จุดนี้เลยทำให้หลายคน ๆ นิยมซื้อน้ำหอมจากร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน สั่งพรีออเดอร์ หรือเดินทางไปช้อปปิ้งในประเทศต่าง ๆ ที่น้ำหอมมีราคาถูกกว่าไทย

ซึ่งหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงที่คนไทยนิยมไปซื้อมากที่สุดคือมาเลเซีย เพราะมีชายแดนติดกัน ไม่ว่าจะเดินทางไปโดยเครื่องบิน หรือทางรถทัวร์ก็ตาม

ซื้อน้ำหอมจากมาเลเซีย หรือไทย ที่ไหนราคาถูกกว่ากัน

ทุกน้ำหอมจากเคาน์เตอร์แบรนด์ที่ไม่ได้ผลิตในประเทศของตัวเองจะมีค่าภาษีการนำเข้าทุกครั้ง เลยทำให้ราคาน้ำหอมที่นำเข้ามีราคาที่สูงตามไปด้วย เพราะต้องบวกกับค่าภาษีที่เสียไป แต่ถ้าเปรียบเทียบประเทศไทยกับมาเลเซียแล้ว มาเลเซียจะมีภาษีด้านผลิตภัณฑ์ความสวยความงามและไอทีที่น้อยกว่าไทย

ทำให้น้ำหอมที่นำเข้ามามีราคาที่ถูกกว่าพอสมควร ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่สินค้าน้ำหอมจะจัดอยู่ในภาษีสรรพสามิตในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่ผู้นำเข้าต้องเสียค่าภาษีเพิ่มเข้าไปอีก

น้ำหอมที่ไหนราคาถูก ระหว่าง มาเลเซีย กับ ไทย

มากไปกว่านั้น หากคุณได้มีโอกาสไปเดินช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้ามาเลเซีย คุณจะเห็นน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ถูกจัดโปรโมชั่นอยู่บ่อยครั้งด้วยเพราะในมาเลเซียมีหลายเทศกาลสำคัญในแต่ละเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็น มุสลิม จีน คริสต์ ฮินดู เลยทำให้ต้องมีมหกรรมลดราคาอยู่เสมอ ราคาน้ำหอมก็เลยถูกลดลงตามไปด้วย

ใครที่ซื้อน้ำหอมช่วงเวลาเหล่านั้นถือว่าคุ้มสุด ๆ ต่างจากราคาน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ในประเทศไทยที่จะถูกจัดโปรโมชั่นแค่นาน ๆ ครั้งเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คุณต้องคำนึงถึงทุกครั้งเวลาจะซื้อน้ำหอมก็คือ ความเข้มข้นของน้ำหอม หรือ หัวน้ำหอม ซึ่งจะเป็นตัวบอกว่าน้ำหอมนั้นติดทนทานแค่ไหน และมีความเข้มข้นเท่าไหร่ โดยจะมีหลากหลายประเภทให้เลือกดังนี้

  • Body Mist: มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอมแค่ 1-3 % และติดทนน้อยกว่าน้ำหอมทุกประเภท เน้นให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ เป็นธรรมชาติ น้ำหอมประเภทนี้จึงเหมาะที่จะใช้ชีวิตประจำวัน และได้รับความนิยมในหมู่นักเรียนนักศึกษาเป็นอย่างมาก และเพราะความเข้มข้นของหัวน้ำหอมน้อย ทำให้ราคาก็จะถูกลงไปด้วย
  • Lotion: เป็นน้ำหอมผสมมาในเนื้อโลชั่น ไว้ทาบำรุงผิวพร้อมเพิ่มความหอมไปในตัว กลิ่นที่ได้จะไม่เข้มและจัดเท่าน้ำหอม แต่ให้ความหอมแบบระเรื่อ ๆ มากกว่า เหมาะกับใช้ในชีวิตประจำวันหรือใช้แทนโลชั่นแบบ 2 in 1 ไปเลย
  • Oil: เป็นประเภทน้ำหอมที่ติดทนนานที่สุด บางคนนิยมนำมาผสมกับโลชั่นแล้วบำรุงผิวไปในตัว หรือใช้ทาตามจุดชีพจรเพื่อวอร์มให้กลิ่นน้ำหอมกระจายมากกว่าเดิม
  • EDP (Eau De Parfum): เป็นชนิดน้ำหอมที่ขายดีที่สุด เพราะมีกลิ่นที่สามารถติดทนได้นานถึง 8-12ชั่วโมง มีออยล์น้ำหอมเข้มข้น 10- 20 % ควรฉีดตามเส้นชีพจรต่าง ๆ ของร่างกาย เช่นข้อมือ หัวไหล่ และข้อพับต่าง ๆ อย่างเบา ๆ เพราะกลิ่นค่อนข้างชัดและแรง น้ำหอมประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับฉีดเวลาออกงานที่ต้องเจอผู้คนมากมายอย่างใกล้ชิด หรือกดฉีดเบา ๆ เพียงครั้งเดียวเพื่อกลิ่นหอมอ่อน ๆ แต่ทนนาน
  • EDT (Eau De Toilette): เป็นน้ำหอมชนิดบางเบา มีหัวเชื้อน้ำหอม 5-10 % ราคาไม่แพงเกินไป แถมกลิ่นติดทนนานถึง 5 ชั่วโมง เหมาะสำหรับฉีดไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวัน ถือเป็นหนึ่งในประเภทน้ำหอมแบรนด์เนมที่ได้รับความนิยมรองจากแบบ EDP เพราะมีราคาที่เอื้อมถึงมากกว่า

เป็นไงกันบ้างสำหรับเคล็ดลับการเลือกซื้อน้ำหอมที่นำมาฝากกัน หากอยากได้น้ำหอมดี ๆ จากแบรนด์ดัง ๆ ในราคาที่คุ้มและถูก แนะนำให้ลองหาข้อมูลดูก่อนว่า จะซื้อน้ำหอมราคาถูกควรซื้อที่ไหนดี อาจดูช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนาต่าง ๆ ของมาเลเซีย เพื่อความประหยัดแบบสุด ๆ กันไปเลย

share on: